1. หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายการพัฒนา พลังงานทดแทน ที่มีเป้าหมายให้มีการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นในทุกภาคส่วนของสังคม เนื่องจากแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558-2579 (Alternative Energy Development Plan : AEDP2015) โดยการพัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศไทยในปัจจุบันจะใช้พลังงานที่ผลิตภายในประเทศเป็นหลัก ซึ่งประกอบด้วย พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังน้ำขนาดเล็ก พลังน้ำขนาดใหญ่ พลังงานชีวมวล ก๊าซชีวภาพ พลังงานขยะ และเชื้อเพลิงชีวภาพ (เอทานอล และไบโอดีเซล) โดยที่การใช้พลังงานทดแทนดังกล่าว จะใช้ในรูปของไฟฟ้า ความร้อน และเชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งในปี 2560 พบว่าประเทศไทยมีการใช้พลังงานทดแทนทั้งหมด 11,731 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นจาก ปีก่อนร้อยละ 6.2 และคิดเป็นร้อยละ 14.53 ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้าย ส่งผลให้มีลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 35.98 ล้านตัน

รูปที่ 1 การใช้พลังงานทดแทนขั้นสุดท้ายของประเทศไทยปี 2560

จากแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 - 2579 (AEDP 2015) ซึ่งได้กำหนดให้เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนเป็น 30% ของพลังงานขั้นสุดท้าย ในปี 2579 โดยตามแผนนั้น พลังงานแสงอาทิตย์มีเป้าหมายอยู่ที่ 6,000 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ไปแล้ว ประมาณ 3,449 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย solar farm solar PV rooftop และโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ ซึ่งกระทรวงพลังงานได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ติดตั้งไปแล้ว 3,250 เมกะวัตต์ ทำให้ตามแผนยังคงเหลืออีก 2,750 เมกะวัตต์ และต่อมาคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติอนุมัติแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ พ.ศ. 2561 – 2580 (Power Development Plan: PDP2018) โดยมีเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นอีก 12,725 เมกะวัตต์ ในอีก 18 ปี ข้างหน้า โดยแบ่งแยกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ โซลาร์ภาคประชาชน 10,000 เมกะวัตต์ และจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยในโครงการผลิตไฟฟ้าเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) 2,725 เมกะวัตต์

โดยที่ผ่านมากรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ภายใต้การสนับสนุนด้านงบประมาณจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้มีการดำเนินการจัดทำหลักสูตรและฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรในงานด้านการอนุรักษ์พลังงานให้กับภาครัฐและเอกชน เช่น โรงงานอุตสาหกรรมและอาคารธุรกิจ ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 และฉบับปรับปรุงแก้ไข พ.ศ. 2550 มาอย่างต่อเนื่องและเพื่อให้งานด้านการพัฒนาบุคลากร สอดคล้องกับแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก พ.ศ. 2558 - 2579 (Alternative Energy Development Plan: AEDP2015) ที่ได้กำหนดไว้ว่าประเทศไทยจะมีสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนไม่น้อยกว่า 30% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายทั้งหมด และสอดคล้องกับแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558 - 2579 (Energy Efficiency Plan: EEP2015) ซึ่งได้กำหนดให้มีการผลักดันแนวคิดและส่งเสริมกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society and Low Carbon Economy) ได้มีการพัฒนาหลักสูตรที่สามารถพัฒนาองค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทนให้แก่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรมและอาคารธุรกิจ ให้สามารถนำพลังงานทดแทนมาประยุกต์ใช้ในสถานประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในหลักสูตรดังกล่าวนอกจากจะครอบคลุมองค์ความรู้ด้านพลังงานทดแทนแล้วจะครอบคลุมองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การคำนวณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และกลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism) โดยหลักสูตรการารฝึกอบรมด้านพลังงานทดแทน ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานในปัจจุบัน แบ่งเป็นหลักสูตรภาคทฤษฎีจำนวน 12 หลักสูตร และหลักสูตรภาคปฏิบัติจำนวน 7 หลักสูตร มีผู้ผ่านการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแล้วทั้งสิ้นกว่า 5,286 คน

อย่างไรก็ตามหลักสูตรด้านพลังงานทดแทนที่ผ่านมาส่วนใหญ่มีเนื้อหาของหลักสูตรเป็นขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นการกระตุ้นให้ผู้ผ่านการอบรมได้ทราบถึงหลักการเบื้องต้นและประโยชน์ของการใช้พลังงานทดแทนด้านต่าง ๆ สำหรับให้ความรู้กับบุคคลทั่วไป เพื่อเกิดแนวคิดและมีการนำความรู้ที่ได้จากการฝึกอบรมหลักสูตรพลังงานทดแทนไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลสำเร็จ ในอนาคตเพื่อให้การขยายจำนวนการใช้พลังงานทดแทนมีความแพร่หลายและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น จึงมีแนวคิดที่จะพัฒนาหลักสูตรด้านพลังงานทดแทน เพื่อพัฒนาระดับขีดความสามารถให้แก่ข้าราชการกระทรวงพลังงาน โดยมุ่งเน้นที่พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนที่มีการขยายตัวการใช้งานอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ โดยหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นจะมีความเฉพาะทางให้กับวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และช่างเทคนิคที่เป็นข้าราชการกระทรวงพลังงาน เพื่อนำไปปรับใช้ในด้านการออกแบบ ประมาณราคาติดตั้ง การเดินระบบ รวมถึงการดูแลรักษาระบบพลังงานทดแทนด้านแสงอาทิตย์ ให้ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน โดยหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นจะมีความเฉพาะทางให้กับวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และช่างเทคนิคที่เป็นข้าราชการกระทรวงพลังงาน เพื่อนำไปปรับใช้ในด้านการออกแบบ ประมาณราคาติดตั้ง การเดินระบบ รวมถึงการดูแลรักษาระบบพลังงานทดแทนด้านแสงอาทิตย์ ให้ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน

2. วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อพัฒนาหลักสูตร คู่มือ และสื่อการสอนสำหรับใช้ในการฝึกอบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
ด้านพลังงานทดแทน (พลังงานแสงอาทิตย์)

  1. เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านพลังงานทดแทน (พลังงานแสงอาทิตย์) ทั้งทางด้านทฤษฎีและปฏิบัติแก่บุคลากรของกระทรวงพลังงาน

3. ข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจ

พัฒนาหลักสูตรที่ใช้ในการฝึกอบรมบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีด้านระบบผลิตกระแสไฟฟ้าและระบบผลิตน้ำร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทราบถึงขั้นตอน วิธีในการออกแบบ ประมาณราคาติดตั้งการเดินระบบและบำรุงรักษาได้อย่างถูกต้อง และสามารถนำทักษะความรู้ภาคทฤษฎี และการฝึกภาคปฏิบัติไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม โดยดำเนินการจัดฝึกอบรมให้แก่วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และช่างเทคนิค ของกระทรวงพลังงานจำนวนไม่น้อยกว่า 160 คน

4. การดำเนินงาน

การดำเนินงาน การจัดฝึกอบรม (ทั้งภาคทฤษฎีภาคปฏิบัติ) จำนวน 5 วันต่อหลักสูตร

ครั้งที่

วันที่

โครงการ

สถานที่จัดอบรม

ปิดรับสมัคร

1

23 – 27

กันยายน 2562

หลักสูตรการฝึกอบรมพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการผลิตไฟฟ้า

อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ/

Mini Plant จ.ปทุมธานี

13 กันยายน 2562

2

18 – 22 พฤศจิกายน 2562

หลักสูตรการฝึกอบรมพลังงนแสงอทิตย์เพื่อการผลิตไฟฟ้า

อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ/

Mini Plant จ.ปทุมธานี

8 พฤศจิกายน 2562

3

20 – 24

มกราคม 2563

หลักสูตรการฝึกอบรมพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการผลิตควมร้อน

อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ/

Mini Plant จ.ปทุมธานี

10 มกราคม 2563

4

16 – 20

มีนาคม 2563

หลักสูตรการฝึกอบรมพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการผลิตความร้อน

อาคารอนุรักษ์พลังงานเฉลิมพระเกียรติ/

Mini Plant จ.ปทุมธานี

6 มีนาคม 2563